กันยายน 16, 2019, 03:23:11 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2016, 07:58:18 PM

616 ครั้ง

จำนวนการเข้าชม

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนท.อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสุรินทร์ ได้รับแจ้งข่าวจากเครือข่ายเฝ้าระวังชายหาดว่า พบเต่าทะเลมาวางไข่ในพื้นที่อุทยาน จึงได้เข้าไปตรวจสอบ พบไข่เต่าตนุจำนวน 99 ฟอง จึงได้ประสานมูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์เต่าทะเล หาดไม้ขาว พร้อมศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 ภูเก็ต เข้ามาตรวจสอบและได้มอบเงินจำนวน 2,000 บาท ในเบื้องต้น พร้อมทำรั้ว เพื่อป้องกันสัตว์ป่าขุดคุ้ยไข่เสียหาย

เต่าตนุ เป็นเต่าทะเลชนิดหนึ่ง มีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีน้ำหนักมากเมื่อโตเต็มที่ โดยมีความยาวตั้งแต่หัวจรดหางประมาณ 1 เมตร น้ำหนักราว 130 กิโลกรัม หัวป้อมสั้น ปากสั้น เกล็ดเรียงต่อกันโดยไม่ซ้อนกัน กระดองหลังโค้งนูนเล็กน้อย บริเวณกลางหลังเป็นแนวนูนเกือบเป็นสัน ท้องแบนราบขาทั้ง 4 แบน เป็นใบพาย ขาคู่หลังมีขนาดเล็กกว่าขาคู่หน้ามาก ขาคู่หน้ามีเล็บแหลมเพียงข้างละชิ้น สีของกระดองดูเผิน ๆ มีเพียงสีน้ำตาลแดงเท่านั้น แต่ถ้าหากพิจารณาให้ละเอียด จะพบว่าเกล็ดแต่ละเกล็ดของกระดองหลังมีสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลอมเขียว ขอบเกล็ดมีสีอ่อน ๆ เป็นรอยด่างและมีลายเป็นเส้นกระจายออกจากจุดสีแดงปนน้ำตาล คล้ายกับแสงของพระอาทิตย์ที่ลอดออกจากเมฆ จึงมีชื่อเรียกเต่าชนิดนี้ว่าอีกชื่อหนึ่งว่า “เต่าแสงอาทิตย์” ขณะที่ชาวตะวันตกเรียกว่า “เต่าเขียว” อันเนื่องจากมีกระดองเหลือบสีเขียวนั่นเอง

พบกระจายพันธุ์ทั้งในมหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก ในน่านน้ำไทยพบทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน นับเป็นเต่าทะเลชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดในน่านน้ำไทย โดยมักพบในเขตที่มีอุณหภูมิน้ำที่ค่อนข้างอุ่น คือ สูงกว่า 20 องศาเซลเซียสขึ้นไป

เต่าตนุเป็นเต่าที่กินทั้งพืชและสัตว์ แต่จะกินพืชเป็นหลัก โดยกินอาหารจำพวก หญ้าทะเลหรือสาหร่ายทะเล โดยมีสัตว์น้ำขนาดเล็กทั่วไป เช่น ปลาหรือแมงกะพรุน เป็นอาหารรองลงไป โตเต็มที่เมื่ออายุได้ 4-7 ปี เชื่อว่าอายุยืนถึง 80 ปี ฤดูวางไข่ตกอยู่ในราวเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกันยายนในบริเวณอ่าวไทยและอยู่ในราวเดือนกันยายนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ในทะเลอันดามัน จำนวนไข่ต่อครั้งมีตั้งแต่ 70-150 ฟอง เต่าขนาดโตเต็มที่แล้วจะว่ายน้ำหากินไปเรื่อย ๆ แต่จะกลับมาวางไข่บนชายหาดที่ถือกำเนิด เป็นเต่าที่มักพบในเขตน้ำตื้นใกล้ชายฝั่งหรือตามเกาะต่าง ๆ สำหรับในน่านน้ำไทย พบเต่าชนิดนี้ขึ้นวางไข่มากที่เกาะครามและเกาะกระในอ่าวไทย และทางฝั่งทะเลอันดามันพบวางไข่มากที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา บนชายหาดและเกาะหลายแห่งในจังหวัดภูเก็ตและพังงา

ในสมัยก่อน ผู้คนนิยมนำเนื้อและไข่ของเต่าตนุไปบริโภค และนำกระดองไปทำเครื่องประดับ สำหรับเนื้อมีรสชาติอร่อย มีไขมันสีเขียวจำนวนมาก ซึ่งไข่ของเต่าตนุมีอีกชื่อว่า "ไข่จะละเม็ด" เต่าตนุจึงมีอีกชื่อคือเต่าจะละเม็ดด้วย นอกจากนี้เต่าตนุยังเป็นสัตว์คุ้มครองตามพระบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ พ.ศ. 2535 ด้วย

บันทึกการเข้า

เรื่องฮอตในรอบสัปดาห์

1 ย้ำอีกรอบ รองผู้ว่าฯรฟม. ปักหมุดสร้างรางเบาภูเก็ตปี 63
2 ด่วน! ทารก 8 เดือนต้องการเลือด O-
3 เตือน! ภูเก็ตฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
4 ชาวภูเก็ต ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ร.5 เนื่องในวันปิยมหาราช
5 ภูเก็ตคึกคัก กับคืนส่งพระ เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวตลอดเส้นทาง
6 แพทย์หญิง จอดรถขวางถนน! ปั๊มหัวใจลุงสามล้อ
7 บังโก๊ะกะโป๊ะสด เลื่องชื่อจากภูเก็ตถึงมาเลเซีย
8 ครอบครัวฝรั่ง เดินเท้าเที่ยวจากหลีเป๊ะไปภูเก็ต ปลื้ม! น้ำใจคนไทย
9 เจรจาบินตรง ภูเก็ต-เวียดนาม รับนักท่องเที่ยวคุณภาพ
10 ตื่นเต้น! พบเต่าตนุวางไข่ 99 ฟอง บริเวณหน้าอ่าวบอน หมู่เกาะสุรินทร์ ภูเก็ต
หน้า: 1
ตอบ

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

บอกเราสักหน่อยว่าคุณต้องการอะไร

เลือกหมวดหมู่ที่คุณต้องการ